การล้างพิษของอารมณ์

เมื่อเราปล่อยให้อารมณ์สะสมในร่างกายนาน ๆ ร่างกายจะเกิดความอ่อนล้า เหนื่อยง่าย และหมดกำลังใจ อารมณ์เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะมีผลกระทบต่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ตามแนวคิดของเต๋า กลุ่มของอวัยวะมีความสัมพันธ์กับอารมณ์ดังนี้

หัวใจ มีผลต่อความรัก เมื่อมีความรักเกิดขึ้น หัวใจจะพองโตรู้สึกมีความสุข แต่ถ้าเมื่อใดเมื่อความรักไม่สมหวัง ความรักก็จะกลายเป็นตรงกันข้ามคือ ความเกลียดที่เต็มไปด้วยความร้อนตามธาตุไฟของหัวใจนั่นเอง ฉะนั้นเราควรฝึกที่จะลดความร้อนที่เกิดขึ้นในหัวใจ เพื่อให้ใจเย็นสบายและผ่อนคลาย โดยทั่วไปถ้าเรารู้สึกร้อนอึดอัดแน่นหน้าอึก หายใจไม่เต็มปอดนั้น หรือสังเกตว่าอุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นเล็กน้อย ถ้าเราสังเกตสภาวะของจิตใจจะพบว่ากระวนกระวายอึดอัดใจ ซึ่งเราสามารถลดความร้อนหรือความอึดอัดได้ด้วยการ หายใจลึก ๆ และหายใจออกเปล่งเสียง ฮายาว ๆ ถ้าลองนำมือมาอังที่บริเวณปากจะพบว่า มีพลังงานความร้อนผ่านออกมา ฉะนั้นเราควรฝึกเตรียมใจให้ผ่อนคลายเพราะหัวใจจะต้องกระทบอารมณ์ต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา และเมื่อใจเย็นผ่อนคลาย อารมณ์ต่างที่เข้ามากระทบก็จะผ่านพ้นไปโดยที่หัวใจไม่ต้องรับผลกระทบอะไร เพราะเมื่อใจเราสงบร่มเย็น เรามักอยากที่จะคงไว้ที่สภาวะนั้น ๆ นั่นเอง ฉะนั้นการดูแลรักษาดวงใจ หรือหัวใจของเราให้หนักแน่นมั่นคงจึงเป็นขุมกำลังที่สำคัญของร่างกายที่จะประสานทุกเซลในร่างกายของเราทำงานประสานกันอย่างมีความสุขนั่นเอง

ตับ มีผลต่อความโกรธ เรามักเคยได้ยินกันว่า โมโหกันจนตับแลบ และเมื่อเราเริ่มโกรธนั้น เราจะเริ่มจากความโมโหและเริ่มสะสมความโกรธไว้ในร่างกายเราจนได้ระดับหนึ่ง แล้วแสดงความโกรธออกมา ส่วนใหญ่ความโกรธที่แสดงออกมานั้นเพียงครึ่งเดียวที่เราโมโหเท่านั้น หลังจากนั้นผู้ที่โกรธมักมีอาการตัวสั่น เนื่องจากร่างกายมีการใช้ปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือดที่ค่อนข้างมากอย่างฉับพลัน เมื่อระดับน้ำตาลลดลงจึงทำให้มีอาการตัวสั่นเกิดขึ้นเพื่อรักษาความสมดุลของระดับน้ำตาลในกระแสเลือด จึงทำให้ผู้ที่โกรธบ่อย ๆ มีระดับน้ำตาลในกระแสเลือดที่ขึ้นและลงไม่สม่ำเสมอ และเมื่อมีระดับน้ำตาลที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วตลอดเวลา จึงทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดไม่คงที่ส่งผลให้ตับอ่อนทำงานหนัก และตามมาด้วยปัญหาระดับน้ำตาลในกระแสเลือด หรือที่เรียกว่าเบาหวานนั่นเอง การปรับแก้อารมณ์เปลี่ยนได้ด้วยการฝึกความเมตตา โดยเริ่มจากเมตตาทุกอณูของเซลในร่างกายและหายใจเข้า หายใจออกพร้อมทั้งออกเสียง “ชี” ให้แต่ละเซลมีความเมตตาเพื่อผนึกรวมกันเป็นความเมตตาอันยิ่งใหญ่ให้ร่างกายนั้นมีความสงบสุขอย่างสมบูรณ์

ไต จะสะสมจากความกลัว เมื่อความกลัวเกิดขึ้นในร่างกาย กล้ามเนื้อจะมีการหดตัว เมื่อกล้ามเนื้อมีการหดตัวทำให้การไหลเวียนของของกระแสเลือดในร่างกายมีการอุดกั้น เป็นสาเหตุเกิดอาการมือเท้าเย็น หรืออาการปวดที่เกิดจากความเย็นในร่างกาย ความกลัวทำให้เกิดการพร่องของพลังชี่นั่นเอง เมื่อชี่หรือพลังปราณไหลไม่สะดวกร่างกายจะมีความอ่อนล้า เหนื่อยง่าย การลดความกลัวควรต้องปรับเปลี่ยนความคิดที่เชื่อมั่นว่าทุกสรรพสิ่งมีเหตุของการเกิด และดับ พลังของความดีย่อมไหลไปรวมกันในสิ่งที่ดี ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตเป็นวิถีของการเรียนรู้ และเมื่อเราได้เรียนรู้ในเหตุการณ์นั้น ๆ แล้วด้วยความระมัดระวัง เมื่อมีการเกิดปัญหาซ้ำ ๆ เราทุกคนสามารถแก้ปัญหาได้โดยสติปัญญาที่มั่นคง โดยเราสามารถฝึกไล่ความกลัวโดย หายใจเข้าลึก ๆ และหายใจออกโดยออกเสียง “ชู” เป็นเสียงน้ำ เพื่อไล่ความกลัวออกไป

ปอด เก็บสะสมความเศร้า เมื่อเกิดความเศร้า เราพยายามที่ยึดสิ่งใด สิ่งหนึ่งมาเป็นอารมณ์เศร้าหมอง โดยที่เราพยายามจดจ่ออยู่กับสิ่งเหล่านั้น ความเศร้าจะทำให้ใจเราพะวงอยู่กับเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเศร้า ส่งผลให้เราขาดสติ และไม่พยายามหาหนทางที่จะปรับเปลี่ยนอารมณ์จากความเศร้าเป็นความมุ่งมั่นที่จะเดินออกจากความเศร้านั้น ความเศร้ามักสัมพันธ์กับความคิดเดิม ๆ ที่จำฝังใจ ซึ่งเราสามารถค่อยคลายความเศร้าด้วยกันนำความเศร้านั้นมาตีแผ่ให้เป็นขนาด รูปทรง หรือสีสัน เพื่อที่เราจะได้ฝึกเห็นตัวตนของความเศร้าอย่างชัดเจน และเรียนรู้ที่จะมองหาสิ่งอื่น ๆ ที่สวยงาม และจรรโลงสภาวะของใจ การฝึกลดความเศร้าด้วยการหายใจออกที่ออกเสียง “ซี” ที่ลดความเศร้าออกไปจากใจ หรือใช้วิถีการออกเสียงยาวเพื่อกระตุ้นพลังปราณในช่องท้อง โดยปราณจะวิ่งจากบริเวณท้องไปยังศีรษะกระตุ้นให้กระแสเลือดไปเลี้ยงให้ศีรษะเบาสบาย และที่น่าสังเกตคือผู้ที่เก็บความเศร้ามักนั่งหลังงอ ซึ่งมักทำให้กระแสเลือดไม่สามารถไปเลี้ยงที่ศีรษะได้อย่าเพียงพอ
และมาถึงอวัยวะที่สำคัญที่ช่วยสร้างไขกระดูกให้เราก็คือ ม้าม มักเก็บความวิตกกังวล โดยมักจะจินตนาการหรือวาดภาพกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง โดยเราใช้เวลาคิดในสิ่งเหล่านี้ โดยลืมนึกถึงสภาวะในปัจจุบัน การฝึกหายใจเป็นการลดความวิตกกังวลที่ช่วยให้ใจจดจ่ออยู่กับการหายใจ และขณะเดียวกันก็ปรับเปลี่ยนวิธีคิดที่ปล่อยให้ทุกอย่างไปสู่วิถีของธรรมชาติที่ความสมดุลของเหตุและผลของการกระทำตามกฎของธรรมชาตินั่นเอง ส่วนในการออกเสียงนั้นใช้การหายใจเข้า และหายใจออกด้วยการออกเสียง “อุ๊” เป็นเสียงคล้ายกับการขับเสมหะในลำคอ

การออกเสียงทั้งหมดนี้เป็นกระตุ้นในระดับพลังงาน รวมทำการปรับเปลี่ยนความคิดทางอารมณ์เพื่อเป็นขั้นตอนอย่างง่ายของการล้างพิษทางอารมณ์ เพื่อปรับเปลี่ยนความคิดทางอารมณ์ไปในทางที่ดีกว่า หรือที่เรียกว่าพลังทางบวกนั่นเอง ความคิดเป็นบ่อเกิดทางอารมณ์ และอารมณ์ส่งผลต่อบุคลิกภาพ ฉะนั้นคิดดีมีสุขก็จะบ่งบอกถึงบุคลิกภาพที่ผ่อนคลาย เบาสบาย และสุกสดใสจากภายในสู่ภายนอก และมีบุคลิกภาพที่สมบูรณ์ของสุขภาวะ กาย จิตใจ และจิตวิญาณ

สมาธิ :ยารักษาใจ

หลาย ๆ ท่านคงคุ้นเคยกับคำว่าสมาธิ และมีประสบการณ์ในการฝึกสมาธิด้วยเทคนิค และการเข้าถึงสมาธิที่แตกต่างกัน คำว่าสมาธิ หมายถึงผลของการฝึกของจิตใจที่อยู่ในสภาวะ สงบ ร่มเย็น ตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียวอย่างต่อเนื่อง หรือ อาการที่ใจหยุดนิ่งแน่วแน่ ไม่ซัดส่ายไปมา เป็นอาการที่ใจสงบรวมเป็นหนึ่งแน่วแน่ มีแต่ความผ่องใส สว่างไสวผุดขึ้นในใจ จนกระทั่งสามารถเห็นความบริสุทธิ์นั้นด้วยใจตนเอง อันจะก่อให้เกิดทั้งกำลังใจ กำลังขวัญ กำลังปัญญา และความสุขแก่ผู้ฝึกในเวลาเดียวกัน เปรียบดังร่างกายเราที่ต้องการพักผ่อน ใจก็เช่นเดียวกันที่ต้องมีเวลาพัก เข้าสู่ความสงบ สบาย และความรู้สึกเป็นสุขอย่างยิ่งที่มนุษย์สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยตนเอง เพื่อการดำรงชีวิตประจำวันอย่างเป็นสุข ไม่ประมาท เต็มไปด้วยสติสัมปชัญญะ และปัญญา อันเป็นเรื่องไม่เหลือวิสัย และทุกคนสามารถปฏิบัติได้ง่ายๆ
ถ้าใจไม่ได้พักก็จะเกิดอาการอ่อนล้า หมดแรง ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกหมดกำลังใจนั่นเอง ฉะนั้นเราควรมาลองทำสมาธิเพื่อเป็นยารักษาใจ เพื่อให้สุขภาพใจที่เปี่ยมไปด้วยพลัง และใช้พลังใจขจัดความอ่อนล้าของกาย และมีความสุข และลดความขุ่นหมองของจิตใจ ขอนำเสนอการฝึกสมาธิอย่างง่ายตามขั้นตอนดังนี้

การเตรียมพร้อมในการฝึกสมาธิ ควรเลือกเวลาที่เราสดชื่น เช่นตอนเช้า เมื่อตื่นนอนเพราะเมื่อร่างกายพักเต็มที่ร่างกายจะไม่อ่อนล้า จะช่วยให้จิตสงบในระดับหนึ่ง หรืออาจใช้เวลาตอนเย็นในช่วงหัวค่ำ โดยชำระล้างร่างกาย ลดความร้อนออกจากร่างกายก่อน แล้วจึงฝึกสมาธิ การฝึกจิตนั้นสามารถทำได้ในหลายอิริยาบถ เช่น การเดิน ยืน นั่ง และนอน แต่จะขอแนะนำเคล็ดลับการฝึกแบบง่ายจากท่านอน ถ้าเริ่มการฝึกในยามเช้า โดยให้ยืดแขนและขากางออก เพื่อให้ร่างกายมีการยืดตัว แล้วหายใจเข้าและออกอย่างช้า ๆ ที่สำคัญนั้นการฝึกจิตควรเริ่มจากจิตที่เป็นสุข โดยเริ่มจากการยิ้มให้กับหัวใจของเราเองให้ใจเราเบิกบาน หรือฟังดนตรีบรรเลงเบา ๆ เพื่อช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย ซึ่งเดี๋ยวนี้มีการแพร่หลายของดนตรีที่ช่วยในการปรับคลื่นสมองให้ช้าลง เพื่อช่วยให้สมองได้หยุดคิด ให้ใจได้ผ่อนคลาย สิ่งสำคัญของการฝึกจิต คือการเริ่มฝึกจากจิตที่ผ่อนคลาย ซึ่งเราอาจจะใช้การสวดมนต์เพื่อกล่อมจิตตนเอง หรือใช้ฟังเสียงบทสวดมนต์หรือจินตนาการว่าเราได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เพื่อให้ใจได้จดจ่ออยู่กับกิจกรรมนั้น ๆ และฝึกจิตให้จดจ่ออยู่กับสิ่งดีงาม สำหรับท่านั่งนั้น เนื่องจากการฝึกสมาธิเป็นการฝึกที่จิต และหลาย ๆท่าน อาจมีปัญหาเรื่องการปวดหลัง หรือหัวเข่า การใช้อิริยาบถไม่จำเป็นต้องนั่งกับพื้น โดยใช้การนั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักพิง เพียงแต่ต้องจัดตัวให้ตรง เพื่อช่วยให้พลังปราณในร่างกายไหลเวียนตามปกติ การนั่งตัวตรงโดยการยืดกล้ามเนื้อหน้าท้องขึ้น โดยจะยกช่วงอกไปเองโดยอัตโนมัติ เข่าตั้งฉากเก้าสิบองศากับพื้น และปลายเท้าแนบสนิทกับพื้น คอตั้งตรง สายตามองลงประมาณ 10 นิ้ว

หลังจากนั้นใช้การเดินลมการหายใจช่วยร่วมกับการฝึกลมปราณ โดยหายใจเข้าทางจมูกและให้จิตจับการไหลเวียนของลมหายใจที่ไหลเข้ามาในร่างกาย โดยให้ลมผ่านไปที่ช่องท้อง จนถึงบริเวณก้นกบ หลังจากนั้นให้ลมได้ไหลเวียนมาตามกระดูกสันหลัง ตั้งแต่ช่วงเอวจนถึงบ่า ขึ้นมาที่กระดูกศีรษะ และ ให้ไหลเวียนออกที่ปลายจมูก ด้วยวิธีการหายใจแบบนี้จะช่วยให้จิตเราจดจ่ออยู่ที่ลมหายใจ ซึ่งการฝึกหายใจแบบนี้สามารถทำในทุกอิริยาบถของการฝึกจิต จะช่วยให้จิตมีพลังที่เปี่ยมไปด้วยสมาธิ และร่างกายผ่อนคลาย และสดชื่น การหายใจเพื่อสมาธิแบบนี้ แนะนำให้ฝึกในช่วงเช้าจะช่วยร่างกายและร่างกายมีพลัง การหายใจแบบนี้เป็นส่วนของการฝึกหายใจตามศาสตร์แบบเต๋าที่เรียกว่า ไมโครคอสมิกออบิต และอีกวิธีหนึ่งเป็นการฝึกในช่วงเย็น เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย โดยหายใจให้ลมหมุนทวนกับแบบแรก โดยหายใจเข้าทางจมูกและให้ลมไหลผ่านขึ้นไปตามกะโหลกศีรษะมาถึงลำคอ กระดูกสันหลัง ไหลผ่านมาด้านหน้าบริเวณช่องท้อง หน้าอก และให้ลมไหลออกทางจมูก และข้อสำคัญการฝึกหายใจแบบนี้ ควรนั่งตัวตรงเท่านั้น

ส่วนการฝึกสมาธิในท่าเดินนั้น อาจใช้การเดินที่มีการแกว่งแขนร่วมด้วย เพื่อช่วยปรับปราณในตัว โดยก้าวขาซ้ายและแขนขวาไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน เพื่อปรับร่างกายให้สมดุล สายตามองตรงข้างหน้าลงต่ำเล็กน้อย การเดินแบบนี้จะฝึกให้ร่างกายมีสติตลอดเวลา ใจจะแน่วแน่อยู่กับการเดิน และการแกว่งแขน สำหรับท่ายืนไม่ขอแนะนำในกรณีผู้สูงวัย เนื่องอาจจะทำให้เวียนศีรษะได้

การฝึกสมาธิแบบนี้เป็นการฝึกขั้นแรก เพื่อให้ใจเราได้จดจ่อ สงบนิ่ง ไม่กระวนกระวายสับสน เนื่องจากบางครั้งเราจะรู้สึกว่าร่างกายเราไม่สามารถทำตามความต้องการของใจได้ ทำให้เรารู้สึกหงุดหงิด หรือไม่พอใจตนเอง ซึ่งจะตอกย้ำความรู้สึกของความเป็นผู้สูงอายุ ด้วยความที่วัยนี้มีประสบการณ์มากมายที่จะถ่ายทอดให้ชนรุ่นหลัง แต่เนื่องด้วยมุมมองหรือการเข้าถึงสถานการณ์ที่แตกต่างกันอาจจะทำให้เรารู้สึกไม่ได้ดังใจอยู่ร่ำไป แต่จะให้ทำเองทั้งหมดโดยสภาพของร่างกายก็ไม่สามารถทำได้ ดังที่ได้บอกว่าพลังใจกับพลังกายเริ่มไม่สัมพันธ์กัน ถ้าเราอยู่ในสภาวะที่พลังกายเริ่มลดน้อยลง ควรเริ่มฝึกพลังใจให้เข้มแข็ง เพื่อที่เราใจจะสงบ จิตมีความอดทนไม่กระวนกระวาย เพราะถ้าเรากระวนกระวายร่างกายจะสูญเสียพลังงานไปกับเหตุดังกล่าว ดังนั้นอย่าเสียเวลารอช้า มาเริ่มฝึกจิตกันให้เป็นจิตใจที่เข้มแข็ง โดยเริ่มจากเทคนิคง่าย ๆ พักใจขยับกายเล็กน้อยเพื่อให้ “พลังปราณ” ไหลเวียน ให้กายและจิตมีกำลัง และเมื่อจิตมีกำลังแล้ว กายจะเบาสบาย ไม่อยากยึดติดสิ่งใด ไม่เอาสิ่งรอบข้างมาเป็นอารมณ์ จะเป็นจิตที่มีกำลังสามารถฟันฝ่าอุปสรรคทั้งทางใจและทางกายได้ โดยหลักการทางเศรษฐศาสตร์บอกว่าคนเราจะรู้สึกเครียดก็ต่อเมื่อเราไม่มีทรัพยากรของกายและใจมากที่พอที่จะฟันฝ่าอุปสรรคนั้น ๆ แต่ถ้าเรามีทรัพยากรมากพอ เราจะรู้สึกภาคภูมิใจที่เราได้ฟันฝ่าอุปสรรคนั้น ๆ ได้ เหมือนกับเราได้ชนะความท้าทายที่เกิดขึ้นในใจของเราเอง ดังที่คำพูดที่บอกว่าถ้าเราฝึกความอดทน หรือฝึกจิตมากพอในชีวิตประจำวันที่ เราจะไม่ต้องฝึกจิต หรือรู้สึกทุกข์มากนักในเวลาที่เวลาที่เราเจ็บป่วย ความคิดและอารมณ์ที่สะสมไว้เป็นบ่อเกิดของความเจ็บป่วย เดี๋ยวฉบับหน้าจะขอมาขยายความเรื่องอารมณ์กันต่อ สำหรับคราวนี้เป็นการนำเสนอเทคนิคการฝึกจิต เพื่อให้ได้ผลของสมาธิแบบง่าย ๆ ที่ช่วยให้เราได้เริ่มต้นจากภาวะที่สับสน วุ่นวาย ให้ใจได้ตั้งมั่นเพื่อเป็นกำลังในการพิจารณาอารมณ์ที่สะสมไว้ในร่างกายต่อไป

สุดท้ายนี้ขอฝากว่า การกระทำเกิดจากความคิด ความคิดเกิดจากจิตที่ตั้งมั่นแล้ว การกระทำบ่อย ๆ สร้างเป็นนิสัย จากนิสัยเพิ่มพูนเป็นบุคลิกภาพ บุคลิกภาพบ่งบอกถึงจุดหมายปลายทางชีวิตนั่นเอง จิตใจที่ผ่องใสเกิดได้จากการฝึกฝน การฝึกฝนเป็นประจำทำให้จิตเรียนรู้ที่จะพัก และเป็นฐานกำลังของจิต จิตจึงแน่วแน่เห็นทางตรง ไม่ลดเลี้ยวให้เสียในการเดินทาง จึงเป็นกำลังในการมองต่างมุม รวมทั้งฐานการเรียนรู้ใหม่ และเมื่อจิตใสเบาสบายร่างกายผ่อนคลาย กล้ามเนื้อในร่างกายที่รัดตึงก็จะผ่อนคลาย เปรียบเสมือนสายน้ำในร่างกายมีการไหลเวียนที่ดีขึ้นและมีการปรับเข้าสู่ภาวะสมดุลตามธรรมชาติ

Simple Meditation

Creating your own peace of mind, simply try out these steps below:

1. Sitting cross leg on lotus or half lotus position, however if you do not feel comfortable sitting on the floor, please allow yourself to sit on the chair instead.
2. Opening your chest, thus allow the full capacity of breathing
3. Keep your spine upright, which will allow the energy channel to open, and make you self suffering from aching and pain during meditation
4.Palm position, connecting palm together to stabilize the body
5. Neck till in to support spine in good alignment
6. Eye half-shut and half open, which you can keep awareness and not falling sleep, or look down 3-4 inches in front of you.
7. Relax your jaw, by a little mouth opening, and put your tongue touching the palate.

Then start observing your breathing, and concentrate for one minute and take a break, and back again for another minute.

Enjoy your one minute peace within !

Buathon

Testimonials

January 2019

Intense and deep four days working with amazing Dr. Buathon Thienarrom. She shared her incredible knowledge to unlock my voice and much more. Dear Buathon, thank you for your kindness and guidance. 🙏

With a great sound healing and practice that help raise up an inner vibration that will facilitate the journey of transformation 🙏

My very first impression of experiencing the treatment was that ‘it is painful’. As I learned to focus on my diaphragm breathing and not to “resist”, I was able to connect with the dance rhythm of my breath (and often manage to fall asleep during treatment!).  I find Buathon has a great awareness of the body and understands how to promote healing within it.  She has a wonderful sense of touch.  She is very well grounded and able to tune into her client knowledgably and intuitively.  Her hands are connecting rods to the universe.   Each treatment helped me to release some emotional tensions.  As a result, I experienced a feeling of great ease and clarity.  Buathon was attentive and also open to my questions.  Through my sessions with her, I have come to trust in the healing power of internal Chi and will continue in my pursuit of Chi Qong practice. Thank you, Buathon, for guiding me back home to my body.

Wanny Winsloe         – London, U.K.

The work that Buathon dose is quite profound, her knowledge of the whole body and how she inter-relates it, means that when she does her treatment she is able to release muscle tension much more than just the abdominal area.

I have referred some of my more difficult clients to her here in London, and have been truly amazed at the results she has got in a very short space of time.

I also find her professional and dedicated to working on improving people’s health and well being.

On a personal level, meeting Buathon has been a life changing experience in many ways.

Jennie Crewdson – London, U.K. Physiotherapist ,Advanced Rolfer and Rolfing movement practitioner

Thank you for bringing Ms Buathon to Singapore.

She is easily the Best of All – a truly genuine person and a healer physically and mentally.   She is so easy to be with – absolutely no airs at all – just a genuine and sincere desire to help.

I have No Hesitation in recommending her to anyone.

Blessings

Vivienne Lau Chew-Singapore

Dr Buathon is one of the best and solid practitioners. I have ever known in terms of knowledge, experience, skills and professionalism. She is the master of energy!

It was really painful when she was working on my chest, but at the same time, my emotions that I have been hold were released and now able to take a even deeper breath.

I’m really grateful that I met this wonderful lady and have her treatments.

I really recommend to anyone who wants to be healthy holistically.

Thank you very much, Dr. Buathon, I love your treatment!! It’s awesome!!!

Yukiko Cecilia Mizushima- Singapore

 

Thanks so much for your heartwarming therapy.
I got an impression that you had a strong power to heal people. I could feel the energy from your warm hands. And as I said, I felt my body became very light after your massage. Unfortunately I am back to busy life again… need your massage every week, to be honest!
If you are going to produce a new spa in Japan, please let me know. Thank you very much again for your help.

友人に勧められた腸マッサージを受けるべく、Sukkasart Instituteに向かったのですが、大きな看板もなく普通の民家のようだし、到着した時はやや不安でした。
が、Buathon先生の笑顔を見て、すぐにリラックスした気持になることができました。
先生のマッサージは今まで受けてきたタイマッサージやアロママッサージ、指圧などとはまた違うものでした。丹念に首・肩をもみほぐし、呼吸を整えながらお腹を押さえていくこと1時間半程度。いわゆる痛気持いい感覚があるわけでもなく、どちらかというと軽いタイプのマッサージだと思うのですが、じわじわと体中から汗が出てきました。終了後は体全体がすっきりして非常に軽くなりました。ウェストも一回りすっきりしていてびっくり。終了後1日程度はお通じも多く、デトックス効果を感じました。1回目は体の前面、2回目は体の裏面を施術していただきましたが、ずいぶんと体が柔らかく、軽くなりました。信じられないくらい温かい手で繰り広げられる優しくもパワーのあるマッサージ、是非試してみてください。

Ayako, Tokyo

ZenNaTai

ZenNaTai

 

After several years of practice as a healer, Dr. Buathon Thienarrom Ph.D., has developed an integration of healing methods to formulate her own healing technique called ZenNaTai, which  means the state of freedom and emptiness, connected to each individual and their own manifest health condition.

The technique of ZenNaTai is an integrated therapeutic treatment based on Traditional Chinese Medicine emphasizes the functional channel on the front part of the body which stores the yin energy hidden deep within the interior body.  It comprises a combination of: Taoist Chi Massage mainly starting with the center of chi or energy flow in the body which is connected to the internal organs that represent elemental emotion and personality, breathing techniques and posture analysis.

The ZenNaTai lets you get in touch with your own body and mind state through the gentle touch which lets the body release excess negative emotions and improves concentration inducing a deeper state of relaxation that allows the healing energy to circulate the entire body. At the same time, it also: stimulates the lymphatic flow, helping to detoxify the body getting rid of toxins and negativity, brings comfort and relief to the abdomen, revitalizes energy of the internal organs, and induces a feeling of deeper relaxation to the body and inner peace to the spirit.

It is the most comprehensive approach to energize, strengthen and detoxify the internal system. It embraces the holistic approach to the use of massage therapy, treating the person as a whole, while integrating physical, emotional and spiritual uniqueness. It goes to the very origin of health problems, including psychosomatic healing response, during the session in which you will be guided on proper breathing, nutrition, visualization and self-manipulation promoting the ethic of self responsibility and breaking the cycle of dependency in a practitioner manner. The treatment is very effective for a wide range of various health conditions.

Wellness Treatments

 

ZenNaTai (60minutes)                                                                                                                                              

An ancient therapeutic medical massage treatment working through the center of chi or energy flow in the body, and chest area for improving digestion and breathing qualities, including head and scalp to release cranial tension and improving concentration, this treatment stimulates the lymphatic flow, helping to detoxify the body getting rid of toxins and negativity, brings comfort and relief to the abdomen, induce the deeper state of relaxation and peaceful mind.

Buathon

Dr. Buathon Thienarrom Ph.D. is a holistic practitioner with clients in Thailand, Hong Kong, Singapore, Portugal, and England. She is best known for her professionalism, infinite compassion and patience with her clients. She gained much experience in alternative therapies as a Medical manager and Chi Nei Tsang practitioner at the world renowned Chiva-Som Health Resort. She also has a comprehensive background in nursing, psychology and health sociology. Dr. Buathon’s unique experience enabled her to blend harmoniously different forms of traditional and alternative medicines with modern medicine. She fully understands the need for harmony between body and mind, the key to personal and spiritual fulfilment that promotes well-being as well as physical and mental development. Dr. Buathon has undergone extensive training in alternative and holistic medicine based on Taoism, healthy lifestyle, Chi Nei Tsang, meditation, posture training and Thai traditional medicine. She graduated with a master’s degree in Counselling and Psychology and holds a Ph.D. in Health Sociology. Dr. Buathon is now well-known in the Asian region. She has appeared in several productions dedicated to holistic health on the BBC, on the Discovery Channel (Asia), on local television networks, on the radio and in the press. She is also a lecturer on holistic health topics at leading universities throughout Thailand. Dr. Buathon recently founded the “Sukkasart Institute of Healing Arts.”, a company dedicated to the training of Spa practitioners in the “science of happiness” to promote the well-being of their clients. “It is far better if we can heal ourselves without relying on doctors and health practitioners. And wouldn’t the world be a much nicer place if it was filled with healthy, happy people?” Dr. Buathon Thienarrom Ph.D. sukkasart@gmail.com